Cactus

[แคคตัส][bleft]

Adenium

[ชวนชม][bsummary]

Date Palm

[อินทผลัม][twocolumns]

Bonsai

[bonsai][bsummary]

Garden

[จัดสวน][bsummary]

Adenium Hall of Fame : สวนนายพล จักรพรรดิ์ แห่งชวนชมไทยโซโค

ชื่อของ พล.ท.เฉลิมศักดิ์ วรกิจโภคาทร หรือที่นักเล่นชวนชมนิยมเรียกติดปากทั้งวงการว่า “นายพล” ถือว่า “ขลัง” มากในวงการ มีทั้งกลุ่มคนยอมรับนับถือ ศรัทธา และอาจรวมไปถึงเป็นที่ “ยำเกรง” เสมอในเวทีประกวด

ไม่ใช่เพราะยศ “พล.ท.” นายทหารระดับสูงของเขา หรือตำแหน่งระดับสูงอย่างอดีตผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11, เจ้ากรมการสารวัตรทหารบก และที่ปรึกษากองทัพบก ที่ พล.ท.เฉลิมศักดิ์เคยดำรงก่อนเกษียณแต่อย่างใด เพราะตำแหน่งเหล่านี้ไม่มีความสำคัญและใช้เป็นต้นทุนไม่ได้เลยในวงการชวนชม

และไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์นายทหารตัวสูงใหญ่ มาดขรึมที่ยังคงติดตัวเขามาแม้จะล่วงเลยวัยเกษียณมากว่าครึ่งทศวรรษแล้วก็ตาม

หากแต่ชื่อเสียงของนายพลเกิดจากฝีมือการปลูกเลี้ยงชวนชมที่เข้าขั้นชั้น “ครู” ของเขาต่างหาก ระยะเวลากว่า 20 ปีที่เขาอยู่ในวงการเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นกระจ่างแล้ว ทั้งยังชัดเจนด้วยผลงานเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะกับชวนชมกลุ่มไทยโซโคพันธุ์ “เพชรบ้านนา” ซึ่งต้นที่ผ่านการเลี้ยงดูจากเขาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นต้นที่สวยที่สุด มูลค่าสูงที่สุด ก่อนจะกลายเป็นสัญลักษณ์และต้นแบบของชวนชมพันธุ์นี้ โดยมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท ซึ่งต้องยอมรับว่าชวนชมต้นใหญ่ขนาดนั้นหาดูได้ยากในเมืองไทย

อย่าได้แปลกใจเลยที่ชวนชมเพชรบ้านนาโด่งดังคับวงการ ส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของ พล.ท.เฉลิมศักดิ์ นั่นเอง 

ไม่เพียงเพชรบ้านนาเท่านั้น มงกุฎทองและมงกุฎเพชร ซึ่งเป็นลูกหลานของชวนชมพันธุ์ “บางคล้า” ยังเป็นชวนชมสร้างชื่อให้นายพล เพราะถือว่าเป็นพันธุ์ที่เขาเลี้ยงได้สวยที่สุดคนหนึ่งของวงการ รูปแบบการเลี้ยงของเขากลายเป็นต้นแบบแห่งการเลี้ยงชวนชมพันธุ์ดังกล่าว

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดเขาจึงได้โควต้า “มงกุฎทอง” จากสวน NSD มากที่สุดถึงปีละ 200 ต้น ซึ่งเป็นชวนชมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งสายพันธุ์ เพราะการที่นายพลนำไปเลี้ยงเลี้ยงก็ไม่ต่างอะไรกับการโปรโมทไม้ให้ สวน NSD

พล.ท.เฉลิมศักดิ์จึงถือเป็นต้นแบบหนึ่งของวงการชวนชมที่ถูกยึดถือเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะเขาถือเป็น “นักสะสม” ตัวจริง ที่ปลูกเลี้ยงชวนชมด้วยความรักโดยไม่มีเรื่องตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ระยะหลังจะทราบกันดีว่านายพลได้เงินจากชวนชมไปหลายล้านบาทแล้วก็ตาม หากแต่นั่นเป็นรางวัลที่เกิดจากการสะสมคะแนนมามากกว่า 2 ทศวรรษ 

สมัยที่ พล.ท.เฉลิมศักดิ์ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 จ.ฉะเชิงเทรา หรือเมื่อกว่า20 ปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่เขารู้จักชวนชม โดยเป็นชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์ หรือชวนชมไม้สี ที่นิยมเล่นดอก ทั้งหมดได้รับจากสวนลุงหยู นักเล่นชวนชมรุ่นลายครามของแปดริ้ว เขามักจะไปมาหาสู่สวนลุงหยูเสมอพร้อมกับซื้อชวนชมกลับมาปลูกไว้บริเวณบ้านพักในค่ายทหารจนเต็มบ้าน เป็นที่แปลกใจของทหารทั้งค่าย

ก่อนที่ลูงหยู ซึ่งรู้กันดีว่ามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “สวนเพชรบ้านนา” ของ อนุชา เกียรติกุล เจ้าของสายพันธุ์ชวนชมเพชรบ้านนา เมื่อครั้งสวนยังอยู่ เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก ได้มอบเพชรบ้านนาเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ พล.ท.เฉลิมศักดิ์ ซึ่งทั้งสองคนพูดตรงกันว่า เป็นต้นที่ “ขี้เหล่” ที่สุดต้นหนึ่ง เพราะเป็นต้นที่ “เหลือเลือก” หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่มีใครซื้อ ซึ่งมีอายุประมาณ 4-5 ปี แต่ด้วยเป็นคนรักต้นไม้นายพลจึงรับด้วยไมตรีแล้วเลี้ยงอย่างเข้าใจ ก่อนที่ชวนชมต้นนี้จะสร้างความตื่นตะลึงให้แก่วงการชวนชมในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นนายพลใช้เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการปลูกเลี้ยงชวนชม ก่อนที่จะหลงใหลกับชวนชมเพชรบ้านนาแบบเต็มๆ เพราะด้วยความที่มีโอกาสไปเห็นต้นแม่พันธุ์เพชรบ้านนาของสวนเพชรบ้านนาที่นำมาโชว์ในงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ขณะนั้นกำลังออกดอกดกสกาวเต็มต้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เพชรบ้านนากำลังโด่งดังแบบสุดขีด จึงทำให้เขาต้องซื้อชวนชมพันธุ์นี้มาสะสมอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ไปโดยไม่รู้ตัว 

แต่นายพลก็หาได้เทใจให้เพชรบ้านนาเพียงอย่างเดียว ยังปันใจให้ชวนชมพันธุ์อื่นตามประสาของคนรักต้นไม้ หากแต่ยังอยู่ในกลุ่มของไทยโซโค เพราะเมื่อ สิบกว่าปีก่อนเขาซื้อชวนชมมงกุฎทองและมงกุฎเพชรจากสวน NSD ซึ่งเป็นชวนชมพันธุ์ใหม่ที่ดังขึ้นมาในวงการ แม้จะเริ่มซื้อในรุ่นที่ 3 ไม่ใช่รุ่นแรกๆ แต่หลังจากนั้นเขาก็กลายมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของมงกุฎทองทุกรุ่น จนได้รับโควตามากที่สุดและซื้อในราคาพิเศษอีกด้วย

ก่อนที่ชวนชมมงกุฎทองจะเป็นชวนชมอีกพันธุ์ที่สร้างชื่อเสียงให้นายพล ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสายพันธุ์ แต่เกิดจากเทคนิคการปลูกเลี้ยงที่ออกมาสวย และเป็นสไตล์ของมงกุฎทองมากที่สุด

การเลี้ยงชวนชมของนายพลถือว่าเป็นเทคนิคที่เกิดจากความเข้าอกเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้ โดยเฉพาะชวนชมมากที่สุด และมีสไตล์การเลี้ยงที่เป็นเอกลักษณ์ จนผู้เขียนสังเกตได้ง่ายว่าเป็นไม้ของใคร โดยเฉพาะในเวทีประกวด 


ลักษณะการเลี้ยงแบบรากโหย่ง หรือการยกรากให้สูงเรื่อยๆ จนรากกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของลำต้น ดูจะเป็นเอกลักษณ์อันเป็นเอกของนายพล นักเล่นหลายคนก็นำสไตล์นี้ไปใช้เป็นแบบอย่าง

ปกติโดยสายพันธุ์ของชวนชมบางคล้าและลูกหลานบางคล้า มีจุดอ่อนคือ คอสั้น หรือไม่มีคอเลย จากกิ่งก็ชนรากเลย ด้วยความบังเอิญหรืออาจจะประสบการณ์ที่เก็บสะสมมาจนทำให้พบว่าชวนชมพันธุ์นี้ถ้าจะเลี้ยงให้สวยต้องมีลำต้น ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ของต้นไม้สวยที่ต้องมีลำต้นชัดเจน การจัดรากในแนวดิ่งหรือรากโหย่งลงก้นกระถาง และค่อยๆ ยกรากสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเปลี่ยนกระถาง รากก็จะค่อยใหญ่และกลายมาแทนที่เป็นลำต้นในที่สุด นี่เป็นลักษณะที่ดีและถูกต้องของต้นไม้ใหญ่ นักเล่นรุ่นหลังๆ ที่มองการณ์ไกลและรู้เท่าทันสายพันธุ์มักจะเข้าไปดูชวนชมต้นใหญ่ของนายพล เพื่อเป็นแบบอย่าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ

นายพลเคยบอกว่าการจะได้ต้นชวนชมอย่างนี้ต้องเลี้ยงตั้งแต่ต้นเล็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่นายพลไม่เคยเพาะต้นชวนชมเอง อาศัยการเลือกซื้อจากสวนต่างๆ เกือบทั้งหมด อาจเป็นเพราะความเชื่อที่ว่า การผลิตหรือการซื้อเมล็ดชวนชมมาเพาะเอง เป็นการเสียเวลาและโอกาสที่จะได้ต้นสวยมีน้อยมาก ทั้งยังไม่คุ้มกับเวลาและวัสดุที่เสียไป การเลือกซื้อต้นโดยการคัดเลือกจากสวนที่เพาะกล้าแบบมืออาชีพน่าจะมีโอกาสได้ชวนชมสวยๆ ทั้งหมด แม้ต้นทุนจะสูงกว่าก็ตาม 

หลักการคัดเลือกต้นกล้าชวนชมของ พล.ท.เฉลิมศักดิ์มีกฎอยู่ว่าต้องเลือกช่วงอายุประมาณ 4-6 เดือน มีกิ่งกลางหรือกิ่งยอดสูงกว่ากิ่งอื่น ตามด้วยตำแหน่งกิ่งรอบกิ่งกลาง แบบซ้ายขวาหน้าหลัง กิ่งและลำต้นสมบูรณ์ การซื้อควรซื้อ 20 ต้นเป็นอย่างน้อย ให้เพียงพอต่อการคัดเลือกต้นที่สวยเมื่อต้นมีอายุมากขึ้น เพราะชวนชมที่เลือกมาอาจจะไม่สวยทุกต้น

“โดยปกติต้นกล้า 20 ต้นเมื่อนำมาปลูกเลี้ยงจะคัดต้นที่สวยพอใช้ได้ไม่เกิน 10 ต้น และจะมีต้นที่สวยจริง 1-2 เท่านั้น” เป็นคำยืนยันจากนายพล ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายความว่าต้นที่เหลือจะไม่สวยเลย หากแต่ถือว่าสวยงามพอใช้

เมื่อเลือกต้นกล้าแล้วต้องนำมาปลูกใหม่ในกระถางใหญ่ขึ้น ประมาณ 6-8 นิ้ว โดยอาศัยการจัดรากไปพร้อมๆ กัน โดยจัดรากให้เป็นระเบียบให้รากแผ่ออกรอบต้น ลำต้นตั้งตรง ก่อนจะกลบดินให้สูงจากระดับราก 1.5 นิ้ว กดดินให้แน่เพื่อให้ยึดต้นป้องกันการล้มหรือเอน

“ดินปลูก มีส่วนผสมขิงดินใบก้ามปู 1 ส่วน ปุ๋ยขี้วัว 1 ส่วนและกาบมะพร้าวสับหลาบคละละเอียด 2 ส่วน”

ในกรณีที่รากมีองค์ประกอบไม่สมดุล หรือรากไม่รอบด้านขาดๆ เกินๆ วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ การตัดรากเก่าทิ้งเพื่อชำรากใหม่ โดยตัดในส่วนเหนือตำแหน่งรากที่อยู่สูงสุด จากนั้นทาปูนแดงรอให้แห้งก่อนนำชำลงกระถาง แต่ต้องฝังให้ลึกกว่าปกติ กดดินให้แน่นเพื่อไม่ให้ต้นล้มคลอน รากใหม่จะงอกและแตกออกมารอบด้านเป็นรากตะขาบ ซึ่งต้องยอมรับว่าการสร้างรากด้วยวิธีนี้นายพลเป็นคนแรกๆ ที่กล้าทำแบบนี้ ก่อนที่จะมีเซียนหลายคนก็อปปี้ไปเป็นแบบอย่าง  

การเปลี่ยนดินครั้งต่อไปทำทุก 4-5 เดือน พร้อมๆ กับการจัดรากและเปลี่ยนกระถางขนาดใหญ่ขึ้น  ควบคู่กับการจัดแสงและเก็บใบ ซึ่งนายพลบอกว่าเป็นเทคนิคที่มีความสำคัญ อย่างการจัดแสง อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การจัดตำแหน่งต้นไม้ให้ได้รับแสงแดดเสมอกันทุกๆ ด้าน เพื่อให้กิ่งเติบโตเท่ากัน โดยหมั่นหมุนกระถาง 180 องศา ทุก 5-10 วัน โดยเฉพาะกับต้นที่มีกิ่งยาวไม่เสมอกัน หลักการหันคือ ให้หันกิ่งด้านที่สั้นกว่าไปยังด้านที่รับแสงแดดจนกว่ากิ่งจะยาวใกล้เคียงกัน ซึ่งสถานที่เลี้ยงชวนชมควรรับแสงตลอดวัน อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง

อีกวิธีที่ช่วยให้กิ่งยาวเสมอกันคือ การตัดใบ ซึ่งการตัดใบจะช่วยหยุดหรือชะลอการเจริญเติบโตลง  ทำก็ต่อเมื่อกิ่งใดกิ่งหนึ่งยาวเกินกว่ากิ่งอื่นๆ การตัดควรตัดครึ่งใบตามขวางของทุกใบในกิ่งนั้นๆ จนกว่ากิ่งอื่นยาวเท่ากัน การตัดใบยังสามารถใช้ในการบังคับให้กิ่งสั้นกระชับอีกด้วย

เทคนิคการรดน้ำของนายพลถือว่ามีความน่าสนใจ เพราะเขามีความเชื่อว่าชวนชมแต่ละขนาดกระถางความถี่ความห่างในการรดน้ำไม่เท่ากัน ยิ่งกระถางใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งต้องรดน้ำห่างขึ้น ดังตัวอย่างที่เขาเคยให้ข้อมูลไว้ว่า กระถางขนาด 4-8 นิ้ว ควรรดน้ำตอนเช้าทุกวัน ขนาดกระถาง 10 นิ้ว รดวันเว้นวัน กระถาง 15 นิ้ว รดน้ำวันเว้น 2 วัน กระถาง 16-20 นิ้ว รดน้ำทุกๆ 4 วัน และกระถางขนาด 20 นิ้วขึ้นไปรดน้ำทุกๆ 5 วัน  

ปัจจุบันสวนนายพล ตั้งอยู่พื้นที่เดียวกับสวนลงหยู หรือ สวนชวนชมศรีสุนทร ที่นั่นมักจะมีนักเล่นชวนชมหน้าใหม่และหน้าเก่าเข้าไปชมสวนเสมอ เพราะสวนแห่งนี้มีชวนชมกลุ่มไทยโซโคต้นขนาดใหญ่ให้ชม โดยเฉพาะ เพชรบ้านนา บางคล้าและมงกุฎทอง เป็นต้น ชวนชมแต่ละต้นถือเป็นต้นสุดยอดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเล่นชวนชมรุ่นหลังๆ ได้มีกำลังใจในการเลี้ยงชวนชม ซึ่งชวนชมต้นใหญ่อายุมากกว่า 20 ปีขนาดนี้หาดูได้ยากเต็มที

ว่ากันว่านักเล่นหน้าใหม่หากคิดจะเล่นชวนชมทั้งในเชิงสะสมและมองไปถึงอาชีพครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสวนนายพล

ไม่มีความคิดเห็น: