คูนใต้ เยือนถิ่น ตะวันออก : เจาะลึกการใช้ “โดรนเกษตร” ในสวนทุเรียนยุคใหม่ จ.จันทบุรี
แพลนท์โพร ตราคูน ยังมุ่งมั่นที่จะส่งมอบองค์ความรู้ เทคนิคใหม่ๆ และนวัตกรรม สู่เกษตรกร ครอบครัวตราคูน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทุเรียนยุคใหม่ ด้วยการจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อ คูนเยือนถิ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเชื่อมสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างเกษตรกร ครอบครัวตราคูน ในแต่ละภูมิภาค โดยครั้งนี้ได้นำคณะเกษตรกรครอบครัวตราคูนภาคใต้ เดินทางมาเยือนและเรียนรู้เทคนิคการทำสวนทุเรียนยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่ภาคตะวันออก
กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดประสบการณ์จากต้นแบบเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สั่งสมองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออกมาอย่างยาวนาน แม้ว่าภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีสภาพอากาศและฤดูกาลที่แตกต่างกัน แต่การเรียนรู้หลักการพื้นฐานที่ถูกต้องและเทคโนโลยีใหม่ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เกษตรกรภาคใต้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสวนของตนเองได้
📌เจาะลึกเทคโนโลยี: การใช้โดรนเกษตรในสวนทุเรียน สวนสุขเกษมหนึ่งในไฮไลท์ของการเรียนรู้ครั้งนี้ คือการเข้าชมการสาธิตและรับฟังการบรรยายเทคนิคการใช้ โดรนเกษตร เพื่อฉีดพ่นสารเคมีในสวนทุเรียน ณ สวนสุขเกษม ของ คุณวุฒิชัย คุณเจตน์ เจ้าของสวนและอดีตนายกสมาคมทุเรียนไทย ซึ่งเป็นสวนต้นแบบที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติแรงงาน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกที่ต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพิ่มบ้านอย่างมาก
คุณวุฒิชัย ได้ถ่ายทอดบทเรียนเชิงลึกถึงการลงทุนและการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จจากการใช้โดรน โดยมีใจความสำคัญดังนี้ :
1. การลดต้นทุนและการเพิ่มโอกาสด้วยความเร็ว
การใช้โดรนเกษตรไม่ได้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวก แต่เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงในภาวะที่ต้นทุนการผลิตทุเรียนสูงขึ้นต่อเนื่อง :
ประหยัดสารเคมี (ค่ายา) : การใช้โดรนช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะสามารถ ลดต้นทุนค่ายาได้เกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ปริมาณยาต่อไร่ลดลง (จาก 50 ลิตร/ไร่ เป็น 30 ลิตร/ไร่ ในบางกรณี) และการฉีดพ่นที่แม่นยำ ไม่สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น
ควบคุมแมลงได้ทันท่วงที : ความเร็วในการทำงานเป็นโอกาสที่สำคัญที่สุด การพ่นยาด้วยโดรนสามารถ ลดเวลาทำงาน จากเดิมที่อาจใช้เวลา 4-5 วันต่อรอบ เหลือเพียง 6-12 ชั่วโมงต่อแปลง ทำให้สามารถควบคุมการระบาดของแมลงที่วงจรชีวิตสั้นและระบาดเร็ว เช่น เพลี้ย ได้ก่อนที่ความเสียหายจะขยายวงกว้าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำกำไร
กล้าใช้ยาใหม่ที่แพงกว่า : เมื่อปริมาณการใช้สารเคมีลดลงครึ่งหนึ่ง เกษตรกรจึง กล้าที่จะใช้ยาตัวใหม่ๆ ที่มีราคาสูง เพื่อควบคุมแมลงที่ดื้อยาได้ง่ายขึ้น โดยที่ต้นทุนรวมไม่สูงเกินไป
2.การบริหารจัดการต้นทุนรวม
- คุมต้นทุนด้วยผลผลิต : เป้าหมายคือการ คุมต้นทุนที่อยู่กับเราไม่ใช่คุมราคาขายที่อยู่กับตลาด การจัดการสวนให้ ทำลูกให้เต็ม และ ยิว (Yield) สูง เป็นหัวใจสำคัญ เพราะเมื่อปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วย ต่ำลงโดยอัตโนมัติ
คุณวุฒิชัยเน้นย้ำว่า การลงทุนในโดรนจะต้องมาพร้อมกับการปรับปรุงการจัดการสวนให้เหมาะสม มิฉะนั้นจะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์:
📌รูปแบบทรงพุ่มกับการใช้โดรนพ่นยา
การใช้โดรนจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ต่อเมื่อมีการ ปรับปรุงทรงพุ่ม ให้เหมาะสมกับเครื่องมือ
สิ่งที่สำคัญกว่ารูปแบบ : รูปแบบทรงพุ่มภายนอก เช่น ทรงฉัตรหรือฝาชีคว่ำ นั้น ไม่มีผลโดยตรง ต่อการใช้โดรน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมี “ช่องว่าง” ให้ยาลงทั้งในแนวการบินและระหว่างชั้นของกิ่ง
ลดกิ่งภาระ : ต้องมีการตัดแต่งกิ่งเพื่อลด กิ่งภาระและใบภาระ ที่บดบังแสงและทำให้ทรงพุ่มแน่นทึบ ซึ่งกีดขวางการเข้าถึงของละอองยาและลมจากโดรน ทำให้เกิดจุดอับที่เป็นแหล่งระบาดของแมลง เช่น เพลี้ยหอย
การยกกิ่งล่าง : ควรกำหนดให้ กิ่งล่างสุดอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นและเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดิน เช่น ไฟทอปธอรา, ใบติด ลุกลามขึ้นสู่ลำต้นผ่านกิ่งที่สัมผัสพื้นหรือมีความชื้นสูง
คุมแสงให้ทั่วถึง : ทรงพุ่มที่เหมาะสมต้องทำให้ ทุกกิ่งได้แสง โดยเฉพาะแสงในช่วงเช้า 8:00-9:00 น. ไม่ใช่ 11:00 น. เพราะกิ่งที่ได้แสงน้อยจะปรุงอาหารได้ยาก ใบจะบาง และไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ดี
📌การตั้งค่าโดรนเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
การใช้งานโดรนไม่ได้ง่ายจนไม่ต้องคิด แต่ต้องอาศัย หลักการและแนวทางที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการตั้งค่าบิน :
ความเร็วและเวลาต่อไฟท์ : ใช้เวลาต่อการบินหนึ่งไฟท์อย่างคุ้มค่า โดยกำหนดให้บินเฉลี่ยเพียง 3 นาที และใช้เวลาเติมน้ำ 1 นาที รวมเป็น 5 นาทีต่อไฟท์ เพื่อทำงานให้เสร็จก่อนที่แดดจะมาหรือลมจะแรง เพราะหากล่าช้าเพียง 1-2 นาทีต่อไฟท์ ก็จะทำให้เสียโอกาสในการทำงานรวม
ความแม่นยำสูงด้วย RTK และแผนที่ : สวนใช้ระบบ RTK (Real-Time Kinematic) และซอฟต์แวร์ทำแผนที่ (DJI Terra) ในการกำหนดแนวบิน ซึ่งระบบนี้ช่วยให้ :
กำหนดความสูงที่แม่นยำ : โดรนจะไต่ความสูงตามเส้นชั้นดิน ทำให้รักษาระยะห่างจากทรงพุ่มได้คงที่
ใช้แรงลมให้เป็นประโยชน์ : สามารถ กดตัวลำเข้าไปหาทรงพุ่มได้ละเอียดกว่าการบินมือ เพื่อใช้แรงลมจากโดรนในการขยับและดันละอองยาให้เข้าถึงภายในทรงพุ่ม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมแมลง
หลีกเลี่ยงความเสียหาย : ความแม่นยำสูงช่วยลดความเสี่ยงในการบินพลาดไปเกี่ยวกับสิ่งกีดขวาง ซึ่งอาจทำให้โดรนเกิดความเสียหายได้
ลายบินที่ถี่เพื่อความสม่ำเสมอ : ใช้ลายบินที่ถี่ และมีส่วนซ้อนกันเยอะ เช่น ลายบิน 5 เมตร แทนที่จะเป็น 10 เมตร และกำหนดลายบินให้เหมาะสมกับเป้าหมาย :
พ่นแมลง : ใช้ลายบินถี่และเร็ว เน้นความทั่วถึงของใบนอกและภายใน
พ่นปุ๋ย : อาจใช้ลายบินห่างขึ้น เช่น 10 เมตร และใช้อัตราต่ำลง เน้นสเปรย์เฉพาะใบนอกที่ทำหน้าที่หาอาหาร ทำให้จบงานเร็วขึ้น
ขนาดละอองยา : มีการทดลองใช้ขนาดละอองยาที่เล็ก ประมาณ 50 ไมครอน) สำหรับงานฉีดพ่นผลทุเรียน เพื่อให้สามารถผ่าทรงพุ่มเข้าไปถึงเป้าหมายได้















.jpg)
















