กรมวิชาการเกษตร หนุนใช้เทคโนโลยีการผลิตทุเรียนคุณภาพ สร้างรายได้เกือบ 30,000 บาท/ไร่
กรมวิชาการเกษตร ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาแปลงเรียนรู้การผลิตทุเรียนอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาแปลงเรียนรู้การผลิตทุเรียนโดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ขยายผลองค์ความรู้สู่เกษตรกรในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการผลิต
โดยเกษตรกรนำองค์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง
โดยเฉพาะพื้นที่ประสบปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์
มีปริมาณอินทรียวัตถุในดินอยู่ในระดับไม่ถึงเกณฑ์ การจัดการธาตุอาหารที่ไม่เหมาะสม
และการใช้สารเคมีไม่ถูกต้อง ทำให้กระบวนการผลิตทุเรียนไม่มีประสิทธิภาพ การระบาดของโรครากเน่าโคนเน่าซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ต้นทุเรียนยืนต้นตาย
ส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทุกปี
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร
(สวพ.6) ได้เข้าไปดำเนินการพัฒนาแปลงเรียนรู้ การผลิตทุเรียน ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี
โดยคัดเลือกแปลงทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองพื้นที่ 24 ไร่ 289
ต้น ภายในศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ เพื่อพัฒนาเป็นแปลงเรียนรู้ เนื่องจากทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ
และมีต้นทุนสูง
จากนั้นจึงพัฒนาให้เป็นแปลงเรียนรู้การผลิตทุเรียนอย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาดูงาน
และขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่
เพื่อให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
คำแนะนำสำหรับการผลิตทุเรียนอย่างยั่งยืน
ได้แก่ การปรับปรุงบำรุงดินและการจัดการธาตุอาหารพืชสำหรับทุเรียน
ด้วยการใส่ปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศ อัตรา 40 กิโลกรัม/ต้นหลังเก็บเกี่ยว
ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยอินทรีย์ได้ ร้อยละ
64.70 และค่าปุ๋ยเคมีลดลงร้อยละ 38.80 ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์
มีปริมาณอินทรียวัตถุเพิ่มมากขึ้น
ส่วนการควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียนด้วยวิธีผสมผสานโดยการใช้วิธีเขตกรรม
การใช้ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาปล่อยไปกับระบบการให้น้ำ ทุก 2 เดือน
ร่วมกับการรักษาแผลที่ลำต้นด้วยการทาน้ำสกัดเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี
และใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามคำแนะนำ หากสำรวจพบโรคที่ผล 1 ผล/ ต้น ให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมีเมทาแลกซิล 25% WP อัตรา
30-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือ
ฟอสอีทิลอะลูมิเนียม 80%WP อัตรา 50-80 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือ เมทาแลกซิลผสมแมนโคเซบ 62
% WP อัตรา 30-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือฟอสฟอนิก แอซิด (ฟอสฟอรัส แอซิค หรือ กรดฟอสฟอรัส) อัตรา 50-100
มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทรงพุ่ม 1-2
ครั้ง ในช่วง 1 เดือนก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต
และพ่นครั้งสุดท้ายก่อนการเก็บผลผลิตไม่น้อยกว่า 20 วัน
พร้อมกับหมั่นสำรวจตรวจดูโรคและแมลงศัตรูพืชสม่ำเสมอ อย่างน้อยควรสำรวจทุก 1
เดือน
จากการคำนวณผลผลิต ต้นทุน รายได้และรายได้สุทธิ พบว่า การนำเทคโนโลยีการผลิตของกรมวิชาการเกษตรมาปรับใช้ในการผลิตทุเรียนในแปลงเรียนรู้ภายในศูนย์พัฒนาไม้ผล ฯ มีต้นทุน 9,625 บาท/ไร่ รายได้ 39,551 บาท/ไร่ ทำให้มีรายได้สุทธิ 29,926 บาท/ไร่
ส่วนการผลิตทุเรียนด้วยกรรมวิธีเดิมภายในศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ
มีต้นทุน 15,042 บาท/ไร่
รายได้ 28,372 บาท/ไร่ ทำให้มีรายได้สุทธิ 13,330 บาท/ไร่ โดยโครงการพัฒนาแปลงเรียนรู้การผลิตทุเรียนอย่างยั่งยืนภายในศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ
นี้ถูกสร้างให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรด้านการผลิตไม้ผลคุณภาพ ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีให้มีศักยภาพในการผลิตทุเรียนคุณภาพเพิ่มมากขึ้น